ข่าวและบทความ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัว Friend For Kids


ใครอยากเป็นหมอยกมือขึ้น !!


เด็กๆ คนไหน โตขึ้นแล้วอยากเป็นหมอบ้างค่ะ ยกมือขึ้นค่ะ เชื่อได้ว่า คงมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ยกมือขึ้นและตอบว่า "หนูอยากเป็นหมอค่ะ" เพราะ โดยค่านิยมแล้ว แพทย์ถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติอาชีพหนึ่งเลยค่ะ และการที่จะสอบเข้าเรียนในคณะแพทย์ได้ก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นเด็กที่เรียนเก่งๆ เมื่อถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร หนึ่งในคำตอบยอดฮิตก็คงจะไม่พ้นอาชีพแพทย์ค่ะ หรือบางทีลูกอาจจะยังไม่รู้หรือยังไม่ได้อยากเป็นหมอ แต่คุณพ่อคุณแม่อยากให้เป็น ก็มีเยอะนะค่ะ

ถามว่า "เป็นหมอแล้วดีอย่างไรบ้าง" "ทำไมถึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากเป็นหมอ" เพราะ หมอถือได้ว่าเป็นอาชีพที่ได้ทำงานและได้ช่วยเหลือคนให้พ้นจากความไม่สบายกายไม่สบายใจไปพร้อมๆ กันค่ะ เป็นอาชีพที่ทำให้เราเห็นสัจธรรมของชีวิตเรื่อง เกิด แต่ เจ็บ ตาย ได้ชัดเจนกว่าอาชีพอื่นๆ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ คนทั่วไปมักให้ความเคารพนับถือ เรียนจบแล้วไม่ตกงาน มีงานทำแน่นอน (และค่อนข้างเยอะด้วยค่ะ ) ฐานะทางการเงินก็ถือว่ามีกินมีใช้ไม่ขัดสน สามารถใช้ความรู้มาดูแลด้านสุขภาพให้ตัวเองและคนในครอบครัว รวมถึงได้รับการบริการทางด้านสุขภาพที่ดีและรวดเร็วได้ หรือบางคนก็คิดว่าเป็นอาชีพที่อิสระ เป็นนายของตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร

เห็นไหมค่ะ มีข้อดีตั้งหลายข้อ จึงทำให้อาชีพแพทย์เป็นอาชีพในฝันของเด็กหลายๆ คน แต่ก่อนที่เด็กๆ คนไหนจะตัดสินใจเรียนแพทย์ หมออยากให้รู้ข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งไว้ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นด้านที่คนทั่วๆ ไปอาจไม่ได้เห็นหรือไม่เข้าใจ เวลาตัดสินใจมาเป็นหมอแล้วจะได้มีชีวิตที่มีความสุขค่ะ ซึ่งกว่าที่คนๆ หนึ่งจะเรียนจบมาเป็นหมอ สิ่งที่ต้องยอมรับและเข้าใจ คือ

• เวลาเกือบครึ่งชีวิตของเราจะอยู่ในระบบการเรียนค่ะ อันนี้พูดถึง ถ้าจะจบเป็นแพทย์เฉพาะทางหนึ่งคนนะค่ะ ก็กว่าจะจบชั้นมัธยมก็ใช้เวลา 15 ปี นับตั้งแต่ชั้นอนุบาล หลังจากนั้นมาเรียนหมอต่ออีก 6 ปี รวมเป็น 21 ปี หลังจบต้องไปใช้ทุนอีกอย่างน้อย 1 ปี รวมเป็น 22 ปี กลับมาเรียนต่อเฉพาะทางอีกอย่างน้อย 3 ปี รวมเป็น 25 ปี และมาเรียนต่อเฉพาะทางต่อยอดอีกอย่างน้อย 2 ปี รวมเป็น 27 ปี แต่ก็เป็นการเรียนที่สนุกนะค่ะ เราได้รู้จักร่างกายของเราอย่างละเอียด ได้เรียนรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ และได้เรียนจากคนไข้จริงๆ เป็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้นดีค่ะ


และหลังจากจบจากระบบการศึกษาแล้วก็ต้องหมั่น update ข้อมูลใหม่ๆ เพื่อให้ทันสมัยตลอดเวลาค่ะ ดังนั้นถ้าใครไม่ค่อยสนุกกับการที่ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ อาจจะถอดใจไปก่อนได้ค่ะ

•  เป็นอาชีพที่ต้องทำงานกับคน ไม่ใช่สิ่งของ การที่คนไข้มาหาเราก็เพราะมีความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือใจ ดังนั้น เราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ต้องมีความเมตตา ต้องมีความพยายามที่จะให้การรักษาเค้าจริงๆ เพราะบางอย่างก็รอไม่ได้ ก็ต้องมาดูคนไข้แบบฉุกเฉิน หรือบางทีต้องเข้าเคสผ่าตัดอาจใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้าจรดมืดค่ำก็เจอได้บ่อยๆ

•  เป็นอาชีพที่ต้องอยู่เวร ซึ่งจะเริ่มอยู่เวรตั้งแต่เรียนชั้นปีที่ 4 ค่ะ เนื่องจากความเจ็บป่วยไม่เลือกเวลาค่ะ ดังนั้น หมอจึงจำเป็นที่จะต้องมีเวลาที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงเวลากลางคืนและวันหยุดด้วยค่ะ บ่อยๆ ครั้งค่ะที่กว่าเราจะได้เอนตัวลงนอนอีกทีก็ผ่านไป 36 ชั่วโมงแล้ว ก็คือทำงานทั้งวัน ต่อด้วยอยู่เวรอีกทั้งคืน และทำงานต่ออีกในช่วงเช้าถึงเย็นของอีกวันหนึ่ง ถึงจะได้พักค่ะ ทรหดทีเดียวค่ะ

•  เป็นอาชีพที่มักเจอแต่สิ่งไม่ค่อยน่ามองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ สิ่งคัดหลั่งต่างๆ ที่ออกจากร่างกาย แผลของคนไข้จากอุบัติเหตุต่างๆ การผ่าตัด หรือการชันสูตรพลิกศพ จำได้ว่าตอนที่จบทำงานเป็นแพทย์หญิงใหม่ๆ โดนรับน้องด้วยการชันสูตรศพที่เสียชีวิตมาประมาณ 1 สัปดาห์ สภาพศพนี่มีแต่หนอนเต็มไปหมดเลยค่ะ ส่วนเรื่องกลิ่นนี่ไม่ต้องพูดถึง โชยไปทั้งโรงพยาบาลเลยค่ะ

•  เป็นอาชีพที่ไม่จนแต่ก็ไม่ได้รวยค่ะ เป็นอาชีพที่ถือว่ามีรายได้ดีระดับหนึ่งค่ะ แต่ก็ต้องแลกมากับการทำงานที่ค่อนข้างหนักค่ะ

•  เป็นอาชีพที่ถ้าเป็นคนประเภท อยู่ง่าย กินง่าย ถ่ายง่าย นอนง่าย ชีวิตของการเป็นหมอก็จะง่ายขึ้นเยอะค่ะ เพราะบ่อยครั้งเรามีเวลาจำกัด ข้อนี้อาจารย์ของหมอ ท่านสอนไว้ค่ะ และหมอว่ามันจริงที่สุดค่ะ

ที่หมอเขียนมาขนาดนี้ไม่ใช่ให้เด็กๆ กลัวการเป็นหมอกันหมดนะค่ะ หมออยากมีเพื่อนร่วมวิชาชีพที่ดีอีกเยอะๆ เลยค่ะ เพราะ ในปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นอาชีพที่ขาดแคลนค่ะ คุณหมอหนึ่งคนต้องรับภาระดูแลคนไข้มากมายค่ะ แต่แค่อยากให้ทราบข้อเท็จจริงที่เราต้องเจอก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเรียนค่ะ ถ้าตั้งใจและรักในอาชีพนี้จริงๆ หมอเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เราจะทำไม่ได้ค่ะ

และเดี๋ยวนี้ก็จะมี open house คณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ หากน้องๆ คนไหนสนใจสามารถเข้าร่วมได้เลยค่ะ จะได้เป็นตัวช่วยในการประเมินเบื้องต้นก่อนว่า อาชีพแพทย์เหมาะกับเราหรือไม่ และถ้าถามหมอว่าตัดสินใจถูกหรือไม่ที่เลือกอาชีพนี้ หมอก็ขอตอบว่า “ ทั้งภูมิใจและดีใจมากๆ ค่ะ “ เวลาที่เราได้เห็นรอยยิ้มและคำขอบคุณของคนไข้ และของคนในครอบครัวของเค้า ในวันที่เราช่วยรักษาเค้าให้พ้นจากความเจ็บป่วย มันเป็นทั้งกำลังใจและความตื้นตันใจที่บรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ

และยิ่งตอนนี้ที่หมอทำงานเป็นหมอเฉพาะทางรักษามีบุตรยากนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ทำให้คนไข้ตั้งครรภ์ได้ มันเหมือนว่าเราเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่มีค่าที่สุดที่เรียกว่า “ลูก” ให้กับคนไข้ค่ะ หมอทั้งรู้สึกดีใจและปลื้มใจ (เปรียบดั่งตัวเองท้องเสียเอง) ไปกับคนไข้ทุกครั้งค่ะ และรู้สึกมีความสุขทุกครั้งเวลาที่เห็นแววตาของความสมหวังของว่าที่คุณพ่อคุณแม่คนใหม่ค่ะ ใครอยากสัมผัสความรู้สึกแบบนี้ต้องลองมาเป็นคุณหมอเองนะค่ะถึงจะเข้าใจ ยินดีต้อนรับว่าที่คุณหมอคนใหม่ทุกท่านนะค่ะ

 

Credit: แพทย์หญิงเอื้ออนงค์ ทับทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูตินรีเวช เป็นแพทย์ประจำศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยา – จินตบุตร โรงพยาบาลเจ้าพระยา
Picture: Internet

 


แชร์บทความนี้



แสดงความคิดเห็น


 โพสต์ข้อความ


ความคิดเห็น 0 ข้อความ

แท็กคีย์เวิร์ด